Healthcare and Wellness Tourism Thailand : Harvard Business School Panel

ถือว่าเป็นอีกครั้งที่ทีมรักดีได้รับโอกาสไปร่วมฟังเสวนาในครั้งนี้ สมกับเป็นงานเสวนา Healthcare and Wellness Tourism Thailand จัดโดย Harvard Business School Association of Thailand ซึ่งได้แขกรับเชิญระดับท๊อปมาจับเข่านั่งคุยกันอย่าง อาจารย์ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะผู้บริหารศูนย์การแพทย์กรุงเทพ คุณศรัณยู ชเนศร์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท หนึ่งในโรงพยาบาลที่เรียกได้ว่าเป็น Early adopter ในการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการพัฒนาบริการคนไข้ และ Mr.John Steweart ผู้ก่อตั้ง Kamalaya Hospital group ที่เกาะสมุย วันนี้รักดีขอสรุปย่อยๆที่น่าสนใจมาให้ชาวรักดีมาให้ได้อ่านกันค่ะ Panelists Dr.Chatree Duangnet (M.D., FAAP, FACURP), Executive Vice President, Bangkok Dusit Medical Services John Stewert Founder & Chairman Kamalaya Koh Samui Mr.…

Read More
Our society needs more heroes who are scientists, researchers and engineers. We need to celebrate and reward the people who cure diseases, expand our understanding of humanity and work to improve people's lives.
Mark Zuckerberg

HEALTHCARE เรียนรู้อะไรจากการพลิกโฉม FINANCIAL SERVICE ที่ผ่านมา

SUMMARY : How have technology changed the landscape of … everything? We first saw how new technologies renovate the face of financial technology and like people say these technologies will come around to rock every industry the same way it did for financial industry. Healthcare is fast to pick up on these new and savvy…

Read More

What TRUMP means for healthcare, health technology and medical tourism?

นั่งๆนอนๆ วิเคราะห์ไปถึงผลการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา (ขอเรียกอเมริกาเพื่อความกระชับนะครับ) คงเป็นผลการเลือกตั้งที่หลายๆคนไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ ก่อนหน้านี้ก็คิดเล่นๆว่าถ้าทรัมพ์ได้นี่คงฮาน่าดู แต่ไม่เคยได้คิดถึงผลลัพท์อย่างจริงจัง เพราะตัวของอนาคตประธานาธิบดีท่านนี้ก็ไม่ได้เคยกล่าวถึงนโยบายอย่างชัดเจน หลายๆอย่างที่เป็นเรื่องที่ท่านไม่ได้สนใจก็หยิบเอานโนบายของพรรคมาใช้ เช้านี้ก็เลยมานั่งคิดว่าแล้วสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมพ์จะมีผลกระทบอะไรบ้างกับระบบสาธารณสุขอเมริกาและสาธารณสุขโลกบ้าง (ผมขอวิเคราะห์คร่าวๆตามความรู้ที่มีในหัวนะครับ ผิดถูกอย่างไร ขาดตกบกพร่องประการใด ขอความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้รู้ด้วยนะครับ) เริ่มที่มาดูความแตกต่างระหว่าง 2 พรรคใหญ่กันก่อน ข้อแตกต่างระหว่าง 2 พรรค ก่อนอื่นคงต้องย้อนไปถึงข้อแตกต่างคร่าวๆระหว่างนโยบายของ 2 พรรคใหญ่ในอเมริกา คือ เดโมแครต (Democrat party) มองส่วนรวมเป็นหลัก เชื่อว่ารัฐเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม นโยบายส่วนมากจะเป็นการตั้งหน่วยงานรัฐ หรืออัดฉีดเงินให้หน่วยงาน non-profit หรือ สถาบันการศึกษา เพื่อมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ส่วนเงินที่นำมาขับเคลื่อนหน่วยงานเหล่านี้ก็มาจากภาษีประชาชนนี่เอง รีพับบลิกัน (Republican party) มองสิทธิส่วนบุคคลเป็นหลัก เชื่อว่าประชาชนมีความรู้มากกว่ารัฐในการตัดสินใจว่าเงินที่หามาควรนำไปใช้อะไร ทำอะไร เก็บภาษีน้อยๆ รัฐไม่ต้องใหญ่ เศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยเอกชน ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของตลาด กระจายอำนาจจากรัฐบาลกลางไปสู่รัฐไปสู่เขตไปสู่ประชาชน (ขอแตะแค่ส่วนเศรษฐกิจนะครับ ด้านสังคมและศาสนาอาจจะเกริ่นเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง) ข้อแตกต่างทางมุมมองด้านสาธารณสุข เดโมแครต เอนเอียงไปในหลักการของ universal coverage หรือใกล้เคียง ส่วนมากคนในพรรคนี้เชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่พึงมี และรัฐมีหน้าที่ดูแลในส่วนนี่ รีพลับบลิกัน เชื่อในกลไกตลาด เชื่อในสิทธิและการตัดสินใจของแต่ละบุคคล…

Read More

Posts navigation