โดยนิยามแล้ว Healthcare Real Estate เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับให้ผู้สูงอายุเช่าหรือพักอยู่อาศัย โดยเป็นได้ตั้งแต่อาคารที่อยู่อาศัย จนถึงชุมชนสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเทรนด์นี้ถือเป็นหนึ่งใน Megatrend ที่กำลังมาแรงในช่วงปีนี้เนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ในขณะที่อัตราการเกิดลดลง จึงเป็นการส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรในสังคมไทยและวงการสุขภาพทั่วโลกเป็นอย่างมาก การเกิดอสังหาฯเพื่อสุขภาพจึงเป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยครั้งนี้รักดีนำ 3 มุมมองทั้งบริษัทอสังหาฯชั้นนำในไทย มุมมองจาก Provider และมุมมองของภาครัฐมาเจอกันบนเวที

Panelist:
Dr.John Leslie Millar, Chief Strategic Development Officer – Ananda Development
คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา, Corporate Planning Director – SCG
นพ. นิพนธ์ อุปมานรเศรษฐ์, รองผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย
Moderator: คุณโอภาส ถิรปัญญาเลิศ Chief Operating Officer – PROP2MORROW

Innovation for Elders: นวัตกรรมและการออกแบบสำหรับผู้สูงอายุ

คุณจอห์นได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับนวัตกรรมว่า ปีนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในเรื่องของนวัตกรรม โดยสิ่งเหล่านี้กำลังจะออกเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนมากขึ้น โดยพันธกิจที่อนันดามีคือการสนับสนุนสภาพแวดล้อมของนวัตกรรมเหล่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้สตาร์ทอัพและนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถเกิดได้ง่ายขึ้น และสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการต่อไป

“ เรื่องผู้สูงอายุเป็นที่พูดถึงกันมากในวงการสุขภาพ เนื่องจากผู้คนมักลงทุนกับเรื่องของสุขภาพของตัวเองในชีวิตช่วงปั้นปลาย แต่สำหรับวงการอสังหาฯ นั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนวงการสุขภาพ แต่ทำสิ่งง่ายๆ ที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนโดยรวมได้ ซึ่งในวงการอสังหาฯมีเรื่องให้ทำอยู่มาก เพียงแต่ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สิ่งที่นวัตกรต้องคำนึงถึงก็คือ ชีวิตของผู้สูงอายุควรจะเป็นอย่างไร ความท้าทายของเรื่องที่ทำอยู่คืออะไร และจะสร้างคุณภาพชีวิตใหม่เพื่อให้ชีวิตปั้นปลายดีขึ้นได้อย่างไร ”

คุณวชิระชัยได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน เราจะมีโอกาสที่จะพบเห็นผู้สูงอายุในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าพอถึงเวลาแก่ตัวลงแล้วค่อยออกแบบการใช้ชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนที่มีความต้องการจริงๆ เขาจะคิดและวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว พอเขาคิดที่จะมีบ้านเขาก็จะเริ่มทำตอนนี้ ส่วนในเรื่องการออกแบบจะมีการคำนึงถึงผู้สูงอายุกับผู้พิการอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในมาตรฐานการออกแบบ ซึ่งลูกหลานควรจะหาวิธีที่จะโน้มน้าวจิตใจผู้สูงอายุภายในบ้านของท่านให้ปรับปรุงบ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อความความปลอดภัยของผู้สูงอายุเอง

Technology Trends: เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ

คุณจอห์นคิดว่า Healthcare Real Estate เป็นสิ่งที่เฉพาะทางมาก เราสามารถทำสิ่งใหม่ๆเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมากได้ สำหรับเรื่องผู้สูงอายุ เราคิดว่าเทคโนโลยีอันดับหนึ่งเลยคือการออกแบบ รองลงมาคือเรื่องของการตรวจจับด้วย Sensor ระบบช่วยเหลือผู้ป่วยด้วย AI หรือ IoT เนื่องด้วยเราสามารถทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาเบื้องต้นจากที่อยู่อาศัยได้แล้ว นอกจากนี้ก็เรื่องของ Mobility Solution อย่างไรก็ตาม Specialized Healthcare ในตอนนี้อาจจะยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้

คุณวชิระชัยได้แชร์ประสบการณ์เพิ่มเติมจาก SCG Eldercare Solution ว่าสิ่งแรกที่ SCG Eldercare จับก่อนเลยคือห้องน้ำ เนื่องจากโอกาสการลื่นล้มของผู้สูงอายุในห้องน้ำที่สูงถึงร้อยละ 70 และมักเกิดภายในบ้าน รวมถึงความเสี่ยงที่ตามมาตั้งแต่สะโพกหักจนถึงขั้นเสียชีวิต การออกแบบถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งการเลือกวัสดุ ออกแบบและติดตั้ง Sensor โดยที่เราจะทำเป็น Solution ออกมา

นอกจากนี้ SCG ยังทำ Sensor ติดตั้งไว้ที่ห้องนอนด้วย โดยเป็น lighting sensor ตั้งความสว่างให้พอเหมาะกับสายตาของผู้สูงอายุที่เปลี่ยนไป ให้สามารถเข้าห้องน้ำยามกลางคืนได้โดยไม่สะดุดสิ่งของภายในห้องนอน คุณวชิระชัยยังได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดต่อการลงทุนในการพัฒนาเพื่อผู้สูงอายุของ SCG Eldercare Solution ที่มุ่งเน้นไปที่การได้มาซึ่งความรู้เป็นปัจจัยสำคัญ โดย Solution ที่ SCG ให้มีทั้งการแนะนำ ออกแบบและบริการติดตั้งรวมอยู่ การตอบรับเลยมีมากขึ้นเนื่องจากผู้คนก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นนั่นเอง

ในมุมมองของแพทย์ อาจารย์นิพนธ์ได้กล่าวว่า เรากำลังจะก้าวไปสู่ยุค 5.0 ที่จะมี Sensor ติดตามตัวเราเต็มไปหมด โดยได้ยกตัวอย่างงานวิจัยร่วมกับสวทช.กับวิศวกรรมโยธา ในเรื่องของเตียงนอน ซึ่งเตียงจะสามารถรับรู้ได้ว่า ไฟในห้องควรจะเปิดเมื่อมีการเตรียมตัวจะลุกออกจากเตียง หรือการแจ้งเตือนในกรณีที่กำลังจะล้ม

“ตอนนี้มันก็เป็นยุค 4.0 มันล้าสมัยไปแล้ว เพราะตอนนี้มันไปถึง 5.0 คือ 4.0 เป็นยุคที่เราใช้นวัตกรรมในการที่จะทำมาหากิน จากเดิมที่ใช้อำนวยความสะดวก ก็เพิ่ม Function แต่ในยุค 5.0 มันเป็นยุคของ Sensor คือต่อไปนี้ Sensor ตามตัวเราเต็มไปหมด” – นพ.นิพนธ์ อุปมานรเศรษฐ์

Partnering: การมีส่วนร่วมของธุรกิจต่างๆ และ Startup

คุณวชิระชัยได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ Startup คือการหาปัญหาให้เจอ เลือกปัญหาที่ชัดเจนที่เราสามารถทำได้ เข้าใจกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง แล้วจึงทำ Solution สิ่งนี้เป็นสูตรสำเร็จขั้นที่หนึ่งของการเป็น Startup ปัญหาที่ว่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ Startup มักจะผิดพลาดคือเข้าใจปัญหาผิด ซึ่งนำไปสู่การมี Solution แต่ขายไม่ได้

อาจารย์นิพนธ์ยังเสริมว่า เราสามารถที่จะออกแบบเทคนิคหรืออะไรก็ตามเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่มีอยู่ โดยที่บางทีเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคเลยก็ได้ ขอแค่มองให้ออกว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างไร

ในมุมมองของอสังหาฯ คุณจอห์นให้ความเห็นว่ามีโอกาสมากมายที่เราสามารถจะจับกับ Wellness ได้ ซึ่งง่ายกว่า Healthcare เมื่อพูดถึงเรื่องของผู้สูงอายุ เนื่องจากยังคงเป็นเรื่องที่ยากที่จะให้แพทย์มาลองสิ่งใหม่ๆ เพราะต้องได้รับการพิสูจน์ก่อน ไม่เหมือนกับ Wellness

ในปัจจุบันจากช่วงอายุเฉลี่ยของผู้คนที่เพิ่มขึ้นไปเป็น 80 – 90 ปี หมายความว่ามีเวลาอีก 25 – 30 ปีก่อนที่พวกเขาจะต้องการบริการรักษาในช่วงปั้นปลาย และอีก 25 – 29 ปีที่เหลือในการดูแลตัวเองให้มีอายุยืนยาวและมีความสุข สิ่งนี้จึงเป็นโอกาสที่ใหญ่กว่าสำหรับอสังหาฯ

“If you go to Wellness office, people is going to believe it. If you go to Healthcare office, you have to prove it” – Dr.John Leslie Millar

Investment: การลงทุนกับธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ

อาจารย์นิพนธ์กล่าวว่า เนื่องจากการออกแบบให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ไม่ติดบ้านไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงจะแตกต่างกัน คุณนิพนธ์จึงแนะนำให้อสังหาฯไปเน้นที่ Active Age ซึ่งหมายถึงผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงดีและช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ โดยต้องคำนึงถึงผู้ใช้ในระยะยาวตั้งแต่ไม่ติดบ้านไปจนถึงเปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่จะลงทุนก็ต้องดูว่าสิ่งนี้ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงข้อใดข้อหนึ่ง แต่ตอบโจทย์ในมุมกว้าง ไม่ว่าจะเป็น Startup, SE, Corporates หรืออะไรก็ตาม

คุณวชิระชัยยังเสริมให้อีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับนักลงทุน เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการปรับให้เข้ากับสภาวะร่างกายของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป ซึ่งที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนแปลงไปตามผู้อยู่อาศัย ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ Startup ขนาดใหญ่และ Corporates จำเป็นต้องวางแผนให้รอบคอบ แต่สำหรับ Startup เล็กๆ อาจจะออกความคิดเสริมในสิ่งที่มีอยู่ เช่น Wellness เพื่อทำให้สภาพการอยู่อาศัยดีขึ้น

Into the Future: เทรนด์ในอีก 10 ปีข้างหน้า

คุณจอห์นให้ความเห็นว่า จริงๆแล้วเราสามารถมองเห็นเทรนด์ที่กำลังจะมาได้จากตัวอย่างของประเทศข้างเคียง อย่างเช่นญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ทันสมัยมากในเรื่องของเทคโนโลยีและการจัดการผู้สูงอายุในสังคม เวลาที่ไปตามเมืองต่างๆ เราจะไม่รู้สึกว่าที่นั่นเป็นสังคมผู้สูงอายุเลย นั่นแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของญี่ปุ่น เมื่อคนหนุ่มสาวมีจำนวนลดลง พวกเขาตัดสินใจที่จะอยู่ร่วมกัน โดยเน้นเรื่องคุณภาพของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ (สามารถหาอ่านเกี่ยวกับ Healthcare Real Estate ในญี่ปุ่นได้ที่นี่)

จากมุมมองของ SCG สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมจะส่งผลต่อ Solution แปลกใหม่ที่กำลังจะออกมามากขึ้น ซึ่ง SCG มี Solution ที่ได้ปล่อยออกมาแล้วบางส่วน ซึ่งคุณวชิระชัยได้พูดถึงเทคโนโลยีที่ SCG Eldercare กำลังพัฒนา โดยในอนาคตจะมีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นการเติมข้อมูลของผู้ป่วยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และช่วยในการวินิจฉัยของแพทย์ต่อไป

อาจารย์นิพนธ์ได้เสริมในเรื่องของกระแสของ Daycare Center ว่า ปัจจุบัน ผู้สูงอายุที่ไปพักอยู่ Daycare Center มีความสุขกว่าอยู่ที่บ้าน สาเหตุมาจาก Daycare Center สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุในเรื่องความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม คุณนิพนธ์แนะนำว่า ผู้สูงอายุควรจะอยู่กับครอบครัวที่บ้านจึงจะเป็นผลดีที่สุด แล้วใช้บริการฝากเป็นครั้งคราว แต่ในกรณีผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง ผู้สูงอายุควรที่จะอยู่กับศูนย์เหล่านี้ เหมือนกับ case study ที่ญี่ปุ่น ซึ่งผู้สูงอายุมีการติดตามเพื่อให้ทางครอบครัวได้ทราบและติดตามความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุได้ผ่านเซนเซอร์ต่างๆภายในบ้าน

ทีมรักดีขอขอบคุณวิทยากรทุกท่าน ผู้เข้าร่วมงานและผู้ร่วมสนับสนุนให้เกิดงานในครั้งนี้ เราหวังว่าบทสนทนานี้จะทำให้ชาวรักดีได้เห็นการเข้ามามีบทบาทของกลุ่มอสังหาฯในไทยมากขึ้น รวมถึงภาครัฐที่มีการตื่นตัวในด้านของประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแนวทางในอนาคตที่สตาร์ทอัพไทยสามารถมีส่วนร่วมกับ Megatrend นี้ได้ แล้วพบกันใหม่กับ Ruckdee Talk Series ครั้งหน้า 😀

References:

 

 

Posted by:rarinsine

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *